หนองคาย อัพเดท นิวส์
ริมโขงบ้านเฮา
10 ก.ย. 2562
3 ก.ย. 2562
วิธีเช็ครถก่อนเดินทางในฤดูฝน.
เพราะฤดูฝน เป็นช่วงเวลาที่มีอุปสรรคในการขับขี่บนท้องถนนมากที่สุด เพียงแค่ฝนตกลงที่หน้าต่างในบางคราว ก็อาจจะทำให้วิสัยทัศน์บนท้องถนนของเราเปลี่ยนไป ฉะนั้นการเตรียมตัวก่อนออกไปเผชิญกับฤดูฝนอันโหดร้ายบนท้องถนน ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากเช่นกัน
1.ใบปัดน้ำฝน
เพราะวิสัยทัศน์บนท้องถนนที่ย่ำแย่ จึงทำให้ที่ปัดน้ำฝนเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดในช่วงเวลานี้ วิธีสังเกตก็ง่ายแสนง่าย หากเราลองกดที่ปัดน้ำฝน แล้วมันเริ่มปัดไม่เกลี้ยงแล้วล่ะก็ การเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ซึ่งราคาในการเปลี่ยนก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันต้นๆ ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย ถ้าต้องเอามาแลกกับความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนนของเรา
2.ยาง
อย่างที่ทราบกันดีว่าในช่วงหน้าฝน จะทำให้ยางรถยนต์มีประสิทธิภาพในการเกาะถนนลดน้อยลงไป โดยเฉพาะยางที่ดอกเริ่มโล้น จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรีดน้ำเป็นอย่างมาก และจะทำให้รถของเราเสียหลักได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งหากตรวจเช็คสภาพยางแล้วพบว่า ดอกยางมีความลึกน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร ก็ถึงเวลาที่เราควรจะเปลี่ยนยางแล้วล่ะครับ
3.ระบบไฟ
ด้วยสภาพอากาศที่ขุ่นมัว หรือบางทีอาจมีวันที่ฝนตกหนักจนมองข้างหน้าแทบไม่เห็น การตรวจสอบสภาพไฟอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเบรค ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอกหรือไฟส่องสว่างอื่นๆ ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
4.น้ำฉีดกระจก
นอกจากที่ปัดน้ำฝนที่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แล้ว น้ำฉีดกระจกก็ยังถือเป็นแรร์ไอเทมที่ขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะพื้นถนนที่เปียกแฉะจะทำให้เกิดโคลน หรือน้ำที่สกปรกบนพื้น ซึ่งจะมาบดบังวิสัยทัศน์ในการขับรถของเรา ฉะนั้นควรหมั่นตรวจสอบ และเติมน้ำก่อนออกเดินทางเสมอ
5.ระบบเบรค
เพราะพื้นถนนที่เปียกลื่น จะทำให้การเบรคฉุกเฉิน ใช้ระยะมากกว่าที่เคย ฉะนั้นการดูแลระบบเบรคให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลงได้เป็นอย่างมาก ซึ่งหากเราแตะเบรคแล้วมีเสียงดังตามมา ก็คงถึงเวลาแล้วแหละ ที่เราจะต้องเปลี่ยนผ้าเบรค เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
26 ส.ค. 2562
ชุ่มช่ำสายฝน
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 26 – 27 ส.ค. และ 30 ส.ค.- 1 ก.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 26 – 27 ส.ค. และ 30 ส.ค.- 1 ก.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
20 ส.ค. 2562
"ไม้ไผ่แปรรูป" บ้านค่ายบกหวาน
"ไม้ไผ่แปรรูป" บ้านค่ายบกหวาน จังหวัดหนองคาย
อาชีพเสริมที่ทำรายได้ดีให้กับชาวบ้าน อาชีพหลักยังคงเป็นเกษตรกรรม ในช่วงว่างจากฤดูแห่งการทำนาชาวบ้านในตำบลค่ายบกหวานแทบทุกหลังคาเรือนก็ว่าได้จะ นำไม้ไผ่มาแปรรูปเช่น กระเป๋า,กระติบข้าว,หวดนึ่งข้าว,มวยนึ่งข้าว,ต่างหูที่สานจากไม้ไผ่ ซึ่งทำรายได้ให้ชาวบ้านไม่น้อย อีกทั้งตำบลค่ายบกหวานยังเป็นที่ท่องเที่ยวอีกด้วย
อาชีพเสริมที่ทำรายได้ดีให้กับชาวบ้าน อาชีพหลักยังคงเป็นเกษตรกรรม ในช่วงว่างจากฤดูแห่งการทำนาชาวบ้านในตำบลค่ายบกหวานแทบทุกหลังคาเรือนก็ว่าได้จะ นำไม้ไผ่มาแปรรูปเช่น กระเป๋า,กระติบข้าว,หวดนึ่งข้าว,มวยนึ่งข้าว,ต่างหูที่สานจากไม้ไผ่ ซึ่งทำรายได้ให้ชาวบ้านไม่น้อย อีกทั้งตำบลค่ายบกหวานยังเป็นที่ท่องเที่ยวอีกด้วย
12 ส.ค. 2562
ประวัติวันที่ 12 สิงหา
วันแม่แห่งชาติ ในประเทศไทย ปัจจุบันตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเริ่มใช้วันดังกล่าวเป็นวันแม่แห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2519 ก่อนหน้านั้นเคยใช้วันที่ 10 มีนาคม, 15 เมษายน, และ 4 ตุลาคม สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่คือ ดอกมะลิซึ่งมีสีขาว ส่งกลิ่นหอมได้ไกลและได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี โดยตีความเปรียบกับความรักบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่เสื่อมคลายไป
ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย
งานวันแม่แห่งชาติจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน[1]
งานวันแม่แห่งชาติจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน[1]
ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
#วันแม่แห่งชาติ
#ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
#วันแม่แห่งชาติ
#ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
6 ส.ค. 2562
พยากรอากาศประจำวันนี้
พยากรอากาศประจำวันที่ 6 สค. 62 มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร
อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร
อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






